เลือกสำนักงานบัญชีอย่างไร

แนะนำ 5 ปัจจัยควรรู้ก่อนเลือกใช้บริการสำนักงานบัญชี

เลือกสำนักงานบัญชีอย่างไร

แนะนำ 5 ปัจจัยควรรู้ก่อนเลือกใช้บริการสำนักงานบัญชี

เลือกสำนักงานบัญชีอย่างไรให้ธุรกิจราบรื่น

เป็นธรรมดาของเจ้าของธุรกิจและกิจการทุกท่าน ที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของการทำ ‘บัญชี’ เป็นอย่างมาก เพราะการทำธุรกิจทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไร หรือบริการไหน ก็ล้วนต้องเกี่ยวข้องกับการเงินทั้งสิ้น อีกทั้งยังมีเรื่องของการจ่ายภาษี การจ่ายเงินเดือนพนักงาน และอีกสารพัดอย่างที่ต้องมีเงินมาเป็นเครื่องนำทาง และนั่นคือเหตุผลที่เจ้าของกิจการทุกคนต้องมองหานักบัญชีมือดี หรือสำนักงานบัญชีที่น่าไว้ใจและมีความเป็นมืออาชีพ เข้ามาช่วยบริหารจัดการและวางแผนในทุกเรื่องราวการเงิน ตั้งแต่เรื่องของการวางแผนงบประมาณและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ การปิดงบบัญชี การป้องกันภาษีย้อนหลัง การคิดคำนวณเพื่อหาวิธีลดหย่อนภาษีที่ดีที่สุดให้กับบริษัท ไปจนถึงการจัดเก็บข้อมูลรายรับ-รายจ่าย และอีกสารพัดให้เป็นระบบระเบียบที่ง่ายต่อการดำเนินงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ต้องใช้ทักษะในการทำงานสูง มิหนำซ้ำยังต้องเปี่ยมไปด้วยความรอบคอบ ทำให้เวลาเลือกใช้บริการสำนักงานบัญชีใดก็ตาม เจ้าของกิจการทุกท่านต้องทำการตรวจสอบคุณสมบัติจนมั่นใจเสียก่อน ไม่เพียงเท่านั้นทุกคนยังต้องสังเกตข้อมูลอีกหลายอย่างก่อนที่จะตัดสินใจเลือกอย่างจริงจัง เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถเฟ้นหาสำนักงานบัญชีที่เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเองได้มากที่สุด บทความนี้เลยจะมาแนะนำ 5 ปัจจัยควรรู้ก่อนเลือกใช้บริการสำนักงานบัญชี ทุกคนจะได้มองหาสำนักงานบัญชีที่ตรงใจได้ง่ายขึ้น พร้อมทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ไม่ติดขัด และช่วยให้กิจการของทุกท่านประสบความสำเร็จมากขึ้นไปอีก

แนะนำ 5 ปัจจัยควรรู้ก่อนเลือกใช้บริการสำนักงานบัญชี

  1. ต้องเป็นสำนักงานบัญชีที่มีนักบัญชีถูกต้องตามกฎหมายและได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง
    สำนักงานบัญชีก็คือบริษัทแห่งหนึ่ง แน่นอนว่าก่อนที่เราจะเข้าไปใช้บริการ เราย่อมต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนอยู่แล้วว่าสำนักงานบัญชีเหล่านั้นมีการจดทะเบียนบริษัทถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ แล้วบุคลากรที่จะมาทำหน้าที่เป็นนักบัญชีคอยรับตรวจสอบบัญชี และทำหน้าที่รับทำบัญชีให้กับบริษัทของเรา มีวุฒิการศึกษาและใบอนุญาตที่ถูกต้องด้วยหรือเปล่า โดยปกติแล้วนักบัญชีที่จะสามารถทำบัญชีให้กับเราได้ จะมีวุฒิการศึกษาอยู่สองวุฒิ ได้แก่ วุฒิระดับปวส. และวุฒิระดับปริญญาตรี ซึ่งความสำคัญของวุฒิเหล่านี้ยังส่งผลต่อขนาดของบริษัทที่นักบัญชีเหล่านั้นจะเข้าไปทำหน้าที่ดูแลเรื่องบัญชีให้ด้วย กล่าวคือ ถ้าบริษัทของคุณคือรูปแบบห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก) หรือ บริษัทจำกัด ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท, สินทรัพย์รวม และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท นักบัญชีที่จะเข้ามาดูแลได้นั้นจะต้องมีวุฒิระดับปวส.ขึ้นไป แต่ถ้าบริษัทของคุณเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก) หรือ บริษัทจำกัด ที่มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ขึ้นไป และมีสินทรัพย์รวม และรายได้รวม 30 ล้านบาทขึ้นไปด้วย นักบัญชีคนนั้นจะต้องมีวุฒิการศึกษาทางด้านบัญชีในระดับปริญญาตรีขึ้นไป นอกจากการเช็กวุฒิการศึกษาแล้ว ก็อย่าลืมตรวจสอบผ่านสภาวิชาชีพบัญชีด้วย เพราะนักบัญชีจะมีการขึ้นทะเบียนเอาไว้กับที่นี่
  2. สำนักงานบัญชีที่อยากเลือกต้องมีชื่อเสียงที่ดีและได้รับการยอมรับในหมู่ลูกค้า
    ชื่อเสียงสำคัญต่อการทำธุรกิจฉันใด การเลือกสำนักงานบัญชีที่น่าไว้วางใจดีก็ต้องเริ่มต้นจากการมีชื่อเสียงในแวดวงผู้ว่าจ้างที่ดีฉันนั้น หรือถ้าเราจะพูดกันแบบภาษาบ้าน ๆ ก็คือการเช็กรีวิวจากลูกค้าเก่า ๆ ที่สำนักงานบัญชีเหล่านั้นเคยรับทำบัญชีให้นั่นเอง เนื่องจากการทำบัญชีนั้นต้องอาศัยความไว้วางใจระหว่างกันสูงมาก หากเราไม่ศึกษาปูมหลังของกันและกันให้ถี่ถ้วนก่อนแล้วเกิดข้อผิดพลาดตามมาก็จะแก้ไขไม่ทัน สำหรับเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจมาก ๆ ก็คือเรื่องการรักษาความลับและการบริการที่ใส่ใจ ไม่ทิ้งผู้ว่าจ้างไว้กลางทางเมื่อเกิดปัญหานั่นเอง
  3. ยิ่งสำนักงานบัญชีมีประสบการณ์มาก ยิ่งน่าพิจารณาว่าจ้างเป็นพิเศษ
    ไม่ว่าจะอาชีพไหนหรือวงการใด การมีประสบการณ์จนขึ้นชื่อว่าชำนาญการและเป็นมืออาชีพ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งสำคัญทั้งนั้น แน่นอนว่าในวงการสำนักงานบัญชีก็เช่นกัน เพราะยิ่งมีประสบการณ์มาก ก็หมายถึงความมีฝีมือที่โดดเด่น จนมีลูกค้ามากมายคอยว่าจ้าง ส่งผลให้กิจการของพวกเขาเติบโตและดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนมานานขนาดนี้ อีกทั้งยังสื่อถึงความเก๋าเกม และความช่ำชองในเรื่องของการจัดการการเงินด้วย ปัจจัยข้อนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ
  4. ตรวจสอบรายละเอียดของการให้บริการอย่างถี่ถ้วน
    ขอบเขตการทำงาน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดยิบย่อยที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ทว่าจริง ๆ แล้วสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อเราตกลงว่าจ้างกันแล้ว สำนักงานบัญชีและนักบัญชีที่เข้ามาดูแลเรื่องการเงินของบริษัทเรา ก็เทียบเท่ากับเป็นคนในองค์กรแล้วส่วนหนึ่ง การกำหนดขอบเขตการทำงานระหว่างกันให้ละเอียด จะช่วยให้ทั้งเราและเขาสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น โดยปกติแล้ว หน้าที่สำคัญหลัก ๆ ของสำนักงานบัญชีที่ต้องเข้ามาควบคุมดูแลให้กับเรา ก็คือ การยื่นแบบภาษีประจำเดือน การยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม การยื่นภาษีแบบประจำปี การยื่นแบบภาษีนิติบุคคลกลางปีและสิ้นปี การนำส่งงบการเงิน การยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายประจำปีสำหรับเงินเดือนพนักงาน และการปิดบัญชี ฯลฯ ดังนั้นต้องตกลงรายละเอียดเหล่านี้ให้ครบถ้วนด้วย
  5. สำนักงานบัญชีที่เลือกใช้บริการต้องติดต่อง่าย พร้อมบริการได้ทุกสถานการณ์
    การติดต่อง่ายคือหัวใจหลักของการสื่อสาร เพราะในหลาย ๆ ครั้งเรามักต้องการคำปรึกษาจากสำนักงานบัญชีอย่างเร่งด่วน หากไม่ได้รับการตอบสนองโดยทันที ย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้ ดังนั้นสำนักงานบัญชีที่เราเลือกจึงต้องมีช่องทางติดต่อที่แน่ชัด มีคนคอยประสานงานหลายช่องทาง และที่สำคัญคือต้องมีที่ตั้งเป็นหลักแหล่ง ให้เราเดินทางไปหาได้หากฉุกเฉินจริง ๆ ทางที่ดีที่สุดที่จะมั่นใจได้ว่าติดต่อง่ายแน่นอน คือการตกลงว่าจ้างกับสำนักงานบัญชีที่ตรงใจโดยตรง ไม่ผ่านนายหน้า จะเห็นผลได้ชัดที่สุด

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 5 ปัจจัยควรรู้ก่อนเลือกใช้บริการสำนักงานบัญชีที่เรารวบรวมมาฝากกันในวันนี้ เชื่อว่าหลังจากอ่านจบ เจ้าของกิจการทุกท่านน่าจะเล็งเห็นความสำคัญของสำนักงานบัญชี และการคัดสรรที่ต้องละเอียดเป็นพิเศษแล้ว ส่วนท่านใดที่อ่านจบแล้ว และกำลังมองหาสำนักงานบัญชีมือดี ที่รับตรวจสอบบัญชี, ปิดงบบัญชี, รับปิดงบเปล่า และรับทำบัญชีแบบครบวงจร สำนักงานบัญชี Visualize Accounting ของพวกเรา ก็พร้อมให้บริการแบบครบวงจร

Visualize Accounting สำนักงานบัญชี บริการด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านบัญชีและการเงิน รับทำบัญชี ปิดงบบัญชี รับปิดงบเปล่า รับตรวจสอบบัญชี รับทําบัญชีแม่ค้าออนไลน์ จดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ จดทะเบียนหจก จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด company registration รับยื่นภาษีบุคคลธรรมดา พร้อมให้คำปรึกษาวิเคราะห์ธุรกิจของคุณอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการทำงานอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ

Visualize Accounting
มุ่งมั่นที่จะให้บริการอย่างมีคุณภาพและราคาที่ยุติธรรมเพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน

ติดต่อ visualize accounting
Email: info@visualize-accounting.com
Mobile: 02-809-8999, 085-081-9999
Line: @VISUALIZE.AC

จดทะเบียนบริษัท

จดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองกับการจ้างบริษัทที่รับจดทะเบียน มีความแตกต่างกันอย่างไร

จดทะเบียนบริษัท

จดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองกับการจ้างบริษัทที่รับจดทะเบียน มีความแตกต่างกันอย่างไร

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองกับการจ้างบริษัทให้ดำเนินการแทน

สำหรับคนที่กำลังจะเริ่มทำธุรกิจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจขนาดกลาง หรือธุรกิจขนาดใหญ่ก็ตาม ก่อนที่จะประกอบธุรกิจได้ จะต้องมีการจดทะเบียนบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเสียก่อน เพื่อลงทะเบียนธุรกิจของคุณให้มีสถานะตามกฎหมาย ซึ่งในกระบวนการนี้ผู้ที่มีความประสงค์จะจดทะเบียนบริษัท สามารถจ้างสำนักงานกฎหมายหรือสำนักงานบัญชี ที่รับจดทะเบียนบริษัท ให้ดำเนินการจดทะเบียนบริษัทแทนได้ หรือจะดำเนินการจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองก็ได้เช่นกัน ซึ่งสามารถยื่นจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองได้ทั้งจดทะเบียนบริษัทออนไลน์และไปยื่นที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

แต่สำหรับผู้ที่ยังมีความสงสัยและยังไม่แน่ใจ เรื่องความแตกต่างระหว่างการจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองกับการมอบหมายให้สำนักงานกฎหมายหรือสำนักงานบัญชี เป็นผู้ดำเนินการจดทะเบียนบริษัทให้ และต้องการข้อมูลเพื่อประเมินว่าการจดทะเบียนบริษัทรูปแบบใดเหมาะสมกับเงื่อนไขของตนเองมากกว่ากัน ลองมาอ่านข้อมูลเปรียบเทียบการจดทะเบียนบริษัททั้งสองแบบ จาก Visualize Accounting

ความแตกต่างระหว่างการจดทะเบียนบริษัทเองกับการจ้างบริษัทที่รับจดทะเบียนบริษัท

  1. การจดทะเบียนบริษัท มีขั้นตอนในการดำเนินการหลายขั้นตอน ซึ่งสำนักงานกฎหมายหรือสำนักงานบัญชีที่รับจดทะเบียนบริษัท จะมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ของการจดทะเบียนบริษัทอยู่แล้ว จึงสามารถช่วยดำเนินการจดทะเบียนบริษัทได้อย่างราบรื่น ไม่มีติดขัดในเรื่องเอกสาร และยังสามารถให้คำแนะนำในเรื่องข้อกฎหมายของการจดทะเบียนบริษัทได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
  2. การจดทะเบียนบริษัท มีเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นขอจดทะเบียนบริษัทหลายอย่าง เช่น ใบจองชื่อบริษัท, หนังสือสัญญาก่อตั้งบริษัทที่ต้องระบุวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ, เอกสารแสดงที่ตั้งของบริษัท, รายชื่อผู้ถือหุ้น และหนังสือยื่นขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ ภ.พ.20 ซึ่งเอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ หากผู้ดำเนินการจดทะเบียนบริษัท ไม่มีความรู้หรือไม่เคยยื่นเรื่องจดทะเบียนบริษัทมาก่อน การใช้บริการรับจดทะเบียนบริษัทจากผู้เชี่ยวชาญ ก็ย่อมสะดวกรวดเร็วและเอกสารจะมีความถูกต้องมากกว่าการดำเนินการจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเอง
  3. การยื่นจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเอง ทั้งการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์และการไปยื่นที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีข้อดีในแง่ของความประหยัดและหากยื่นจดทะเบียนบริษัทแบบออนไลน์ ก็จะได้รับความสะดวกสบาย เพราะไม่ต้องเดินทางไปยื่นเรื่องเอกสารจดทะเบียนบริษัทที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้เสียเวลา แต่ทั้งนี้ผู้ที่ยื่นจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเอง ก็จะขาดผู้ให้คำแนะนำทางด้านกฎหมายการจดทะเบียนบริษัท และการรายละเอียดทางด้านการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
  4. สำนักงานกฎหมายหรือสำนักงานบัญชีที่รับจดทะเบียนบริษัทบางแห่ง มีบริการที่ครอบคลุมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการบัญชีและเรื่องกฎหมาย จึงสามารถจ้างสำนักงานบัญชีหรือสำนักงานกฎหมายที่รับจดทะเบียนบริษัท ให้ทำบัญชีและให้บริการส่วนอื่น ๆ ในด้านบัญชีแบบต่อเนื่องได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องค้นหาบริษัทใหม่ อีกทั้งสำนักงานบัญชีหรือสำนักงานกฎหมายที่ทำหน้าที่จดทะเบียนบริษัทให้ตั้งแต่เริ่มต้น จะมีข้อมูลและมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัทของลูกค้าที่รับจดทะเบียนให้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว จึงช่วยให้ทำงานร่วมกันหลังจดทะเบียนบริษัทได้อย่างสะดวก
  5. หากคุณมีความต้องการจะจดทะเบียนการทำธุรกิจในรูปแบบอื่น ๆ เช่น จดทะเบียนหจก.หรือจดทะเบียนพาณิชย์ ก็สามารถยื่นเรื่องแบบออนไลน์ได้ด้วยตนเองเช่นกัน แต่หากจ้างผู้เชี่ยวชาญในการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ ก็จะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสมมากกว่า
  6. หากคุณมีเวลาจำกัดและมีเรื่องอื่น ๆ ที่ต้องจัดการมากมาย การจ้างสำนักงานบัญชีหรือสำนักงานกฎหมายให้ทำหน้าที่จดทะเบียนบริษัทให้ ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับคุณได้เป็นอย่างมาก เพราะเอกสารทุกอย่างที่ใช้ในการจดทะเบียนบริษัท จะถูกจัดเตรียมอย่างมืออาชีพ โดยผู้ยื่นคำร้องขอจดทะเบียนบริษัท มีหน้าที่แค่เพียงตรวจสอบเอกสารและเซ็นต์ชื่อในเอกสารเท่านั้น

จะทราบได้อย่างไรว่าคุณควรจ้างบริษัทที่รับจดทะเบียนบริษัท หรือสามารถยื่นเรื่องจดทะเบียนบริษัทเองได้

  • หากคุณไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายการจัดตั้งและจดทะเบียนบริษัท ควรใช้บริการของบริษัทที่รับจดทะเบียนบริษัท ที่มีความเชี่ยวชาญและมีความเป็นมืออาชีพ เพื่อให้คุณไม่พลาดข้อกฏหมายหรือข้อกำหนดบางอย่างของการจดทะเบียนบริษัท แต่หากคุณมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัทเป็นอย่างดี ก็สามารถดำเนินการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ได้ด้วยตนเอง
  • หากคุณไม่มีเวลาจัดการเอกสารและดำเนินเรื่องจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเอง ก็ควรจ้างสำนักงานบัญชีหรือสำนักงานกฎหมายที่รับจดทะเบียนบริษัท ให้มาดำเนินการแทนให้ เพื่อประหยัดเวลาในการทำงานของคุณ แต่หากคุณมีเวลามากพอ ก็สามารถดำเนินการจดทะเบียนบริษัทได้ด้วยตัวเอง
  • หากคุณต้องการบริการแบบครบวงจร ที่เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนของการจดทะเบียนบริษัท ไปจนถึงการทำงานด้านกฎหมายและการบัญชี โดยไม่ต้องการเสียเวลาไปกับการค้นหาหลาย ๆ บริษัท และไม่ต้องการเริ่มต้นกระบวนการติดต่อประสานงานใหม่ตั้งแต่ต้น การจ้างสำนักงานกฎหมายหรือสำนักงานบัญชีที่รับจดทะเบียนบริษัทแบบครบวงจร ก็จะเหมาะสมกับคุณมากกว่า
  • หากคุณต้องการที่ปรึกษาหรือต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่องการจดทะเบียนบริษัท หรือต้องการคำแนะนำเรื่องการดำเนินงานด้านกฎหมายบริษัทหรืองานด้านบัญชี การใช้บริการของสำนักงานกฎหมายหรือสำนักงานบัญชีที่รับจดทะเบียนบริษัท ก็จะช่วยให้คุณได้มีที่ปรึกษาที่เหมาะสม และได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องจากมืออาชีพ
  • หากคุณต้องการประหยัดงบประมาณในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ การยื่นจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ด้วยตัวเอง ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับคุณมากกว่า

และหากคุณกำลังมองหาบริการรับจดทะเบียนบริษัท ที่ดำเนินการโดยทีมงานมืออาชีพ ผู้มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในการยื่นขอจดทะเบียนบริษัท ลองใช้บริการของสำนักงานบัญชี Visualize Accounting

Visualize Accounting สำนักงานบัญชี บริการด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านบัญชีและการเงิน รับทำบัญชี ปิดงบบัญชี รับปิดงบเปล่า รับตรวจสอบบัญชี รับทําบัญชีแม่ค้าออนไลน์ จดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนบริษัทออนไลน์ จดทะเบียนหจก จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด company registration รับยื่นภาษีบุคคลธรรมดา พร้อมให้คำปรึกษาวิเคราะห์ธุรกิจของคุณอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการทำงานอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ โดยยึดหลักความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ

Visualize Accounting
มุ่งมั่นที่จะให้บริการอย่างมีคุณภาพและราคาที่ยุติธรรมเพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตอย่างยั่งยืน

ติดต่อ visualize accounting
Email: info@visualize-accounting.com
Mobile: 02-809-8999, 085-081-9999
Line: @VISUALIZE.AC